เกาหลีใต้

สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea)
        สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) หรือที่รู้จักกันในนาม เกาหลีใต้ (South Korea) ซึ่งในภาษาเกาหลี เรียกว่า
“แทฮันมินกุก ()” หรือเรียกสั้นๆว่า “ฮันกุก ()” หมายถึง ชาวฮั่นหรือชาวเกาหลี และบางครั้งชาวเกาหลีใต้จะเรียกตนเองว่า “นัมฮัน ()” หมายถึง ชาวฮั่นทางใต้ ส่วนชาวเกาหลีเหนือจะเรียกเกาหลีใต้ว่า “นัมโชซอน ()” หมายถึง โชซอนใต้
เกาหลีใต้ ได้รับสมญานามว่าเป็น “ดินแดนแห่งความสงบยามเช้า (The Land of Morning Calm)” หรือ
“โคโยฮัน อาชิมเอนารา ()” ในภาษาเกาหลี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขนบธรรมเนียมที่สืบทอดต่อกันมายาวนานถึง 5,000 ปี

 
คำขวัญ
        Broadly bring benefit to humanity หรือ นอลรี อินกัน เซคเยรึล อีรพเก ฮารา () หมายความว่านำผลประโยชน์อันมหาศาลมาสู่มวลมนุษย์
ภูมิศาสตร์ และภูมิประเทศ
         ประเทศเกาหลีใต้ตั้งอยู่ ละติจูดที่ 33 – 39 องศาเหนือ และ ลองจิจูดที่ 125 – 131 องศาตะวันออก มีพื้นที่ทั้งหมด 99,208 ตารางกิโลเมตร รวมพื้นที่ของน้ำ (ทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ แม่น้ำ) ที่อยู่ภายในดินแดนนั้นด้วยโดย 70 เปอร์เซ็นต์ของประเทศเป็นภูเขาซึ่งขนาดเนื้อที่ของ ประเทศเกาหลีใต้นั้น ใหญ่เป็นอันดับที่ 108 ของโลก
เกาหลีใต้เป็นประเทศในเอเชียตะวันออก มีพื้นที่ครอบคลุมทางใต้ ของคาบสมุทรเกาหลี พรมแดนทางเหนือติดกับประเทศเกาหลีเหนือ และมีประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีทะเลญี่ปุ่นและ ช่องแคบเกาหลีกั้นไว้ ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ล่อแหลมนี้เอง ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์จึงพบว่า ประเทศเกาหลีเคยตกเป็น อาณานิคมของประเทศญี่ปุ่น (ค.ศ. 1910) จนกระทั่งสิ้นสุดสงคราม โลกครั้งที่ 2 (ค.ศ. 1945) คาบสมุทรเกาหลีได้ถูกแบ่งแยกเป็นสองส่วน คือ ตอนเหนือเป็นของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) และตอนใต้เป็นของสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)
เมืองหลวง
        เมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้ คือ กรุงโซล จัดเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่มากที่สุดของประเทศ

 

ประชากร
        เกาหลีใต้มีจำนวนประชากร 48,482,000 คน มากเป็นอันดับที่ 26 ของโลก ซึ่งข้อมูลนี้สำรวจโดย United States Census Bureau ประจำปี พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007)

 

ภูมิอากาศ
        ประเทศเกาหลีใต้มีสภาพอากาศอยู่ในเขตอบอุ่น และมีฤดูกาล หรือในภาษาเกาหลีที่เรียกว่า “คเยจอล ()” ทั้งหมด 4 ฤดู ได้แก่
ฤดูหนาว (Winter), ฤดูใบไม้ผลิ (Spring), ฤดูร้อน (Summer) และฤดูใบไม้ร่วง (Autumn / Fall)
ฤดูหนาว – คยออุล ()
ช่วงเวลา ธันวาคม – กุมภาพันธ์
อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย -5 องศาเซลเซียส และอาจต่ำสุดถึง -20 องศาเซลเซียส ในช่วงที่หนาวจัด
สภาพอากาศ อากาศหนาวเย็นและแห้ง บางครั้งมีฝนหรือหิมะตก และจะมีช่วงวันที่อากาศหนาวจัดสลับกับวันที่อากาศอุ่นสบาย 3 – 4วัน
ฤดูใบไม้ผลิ – พม ()
ช่วงเวลา มีนาคม – พฤษภาคม
อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 6 – 16 องศาเซลเซียส
สภาพอากาศ ปลายเดือนมีนาคมหรือต้นเดือนเมษายน ต้นไม้จะผลิใบสะพรั่งเต็มต้น ช่วงกลางเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม แสงแดดสดใสตลอดทั้งวัน
ฤดูร้อน – ยอรึม ()
ช่วงเวลา มิถุนายน – สิงหาคม
อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 25 องศาเซลเซียส และอาจถึง 30 – 38 องศาเซลเซียส ในช่วงที่ร้อนจัด
สภาพอากาศ
อากาศร้อน และมีฝนตกบ้าง ต้นไม้เขียวชะอุ่ม ฤดูมรสุมจะเริ่มขึ้นในปลายเดือนมิถุนายน จนถึงช่วงกลางหรือปลายเดือนกรกฎาคม และในเดือนสิงหาคมอากาศจะร้อนจัดและชื้นมาก
ฤดูใบไม้ร่วง – คาอึล ()
ช่วงเวลา กันยายน – พฤศจิกายน
อุณหภูมิ อุณหภูมิเฉลี่ย 5 – 25 องศาเซลเซียส
สภาพอากาศ
อากาศสดชื่น ท้องฟ้าโปร่ง เป็นสีคราม และในเดือนตุลาคมทั่วประเทศจะมีสีสันสดใสด้วยใบไม้ ที่เปลี่ยนเป็นสีทองและสีแดงเต็มต้น ถือเป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุด

 

เวลา
        เวลาในประเทศเกาหลีใต้ เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

 

ภาษา
         ชาวเกาหลีใต้สื่อสารกันด้วยภาษาเดียวกัน คือ ภาษาเกาหลี ส่วนใหญ่เรียกภาษาของตนว่า “ฮันกุกมัล ()” หรือ “ฮันกุกอ ()” บางครั้งอาจเรียกแบบภาษาชาวบ้านว่า “อูรีมัล ()” แปลว่า ภาษาของเรา โดยในกรุงโซลและเขตปริมณฑลจะใช้เป็นภาษากลาง ส่วนภาษาท้องถิ่นก็มีใช้กันตามภาคต่างๆ แต่ถึงกระนั้นชาวเกาหลีใต้ก็สามารถสื่อสารเข้าใจกันเป็นอย่างดี ยกเว้นภาษาท้องถิ่นของเกาะเชจู ซึ่งเข้าใจยากกว่าท้องถิ่นอื่นๆ
ภาษาเกาหลี มีตัวอักษรที่เรียกว่า “ฮันกึล ()” เป็นอักษรที่กษัตริย์เซจงทรงประดิษฐ์ขึ้น ประกอบไปด้วย พยัญชนะ 14 ตัว และสระ 10 ตัว ซึ่งสามารถผสมกันเป็นพยางค์และคำต่างๆได้มากมาย อักษรฮันกึลได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้นตามหลักการทาง วิทยาศาสตร์มากที่สุด เป็นอักษรที่สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย
ศาสนา
         ชาวเกาหลีใต้มีศาสนาที่ตนนับถือกันอย่างหลากหลาย กล่าวคือ นับถือศาสนาคริสต์ 26.3% (นิกายโปรแตสแตนท์ 19.7% และ นิกายโรมันคาทอลิก 6.6%) ศาสนาพุทธ 23.2% และศาสนาอื่นๆ 1.3% ส่วนกลุ่มที่ไม่นับถือศาสนาใดเลย 49.3%
การเมืองการปกครอง
         สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของ ประชาชนให้เข้ามาเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร และประธานาธิบดี จะเป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
การแบ่งเขตการปกครอง
       ประเทศเกาหลีใต้ ประกอบไปด้วย 9 จังหวัด (โด “”) 6 เมืองใหญ่หรือมหานคร (ชี “”) แต่รวมทั้งประเทศมีทั้งหมด 77 เมือง และ 88 มณฑลหรืออำเภอ (กุน “”) โดยได้มีการแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 จังหวัด อีก 1 จังหวัดปกครองตนเองแบบพิเศษ 6 มหานคร และ 1 นครพิเศษ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

แผนที่ เขตการปกครองหลักของประเทศเกาหลีใต้
นครพิเศษ หรือ ทึกบยอลชี ()
หมายเลข 1 โซล หรือ ซออุล ()มหานคร (Metropolitan Cities) หรือ กวางยอกชี ()
หมายเลข 2 พูซาน ()
หมายเลข 3 แทกู ()
หมายเลข 4 อินชอน ()
หมายเลข 5 กวางจู ()
หมายเลข 6 แทจอน ()
หมายเลข 7 อุลซาน ()
จังหวัด (Provinces) หรือ โด ()
หมายเลข 8 คยองกี ()
หมายเลข 9 คังวอน ()
หมายเลข 10 คยองซังบุก ()
หมายเลข 11 คยองซังนัม ()
หมายเลข 12 ชอนลานัม ()
หมายเลข 13 ชอนลาบุก ()
หมายเลข 14 ชุงชองบุก ()
หมายเลข 15 ชุงชองนัม ()

จังหวัดปกครองตนเองพิเศษ หรือ ทึกบยอลจาชิโด ()
หมายเลข 16 เชจู ()

 
การคมนาคม
        ในประเทศเกาหลีใต้ มียานพาหนะไว้บริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ เรือ รถไฟ หรือเครื่องบิน ซึ่งค่าใช้จ่ายก็ขึ้นอยู่กับระยะทาง
รถโดยสารประจำทางภายในเมือง (Inner – City Buses)
เป็นอีกหนทางหนึ่งของการเดินทางในเกาหลีใต้ ที่ค่าใช้จ่ายถูกที่สุด ซึ่งจะมีให้บริการอยู่ในตัวเมืองและบริเวณชานเมือง ซึ่งรถโดยสารประจำทางในกรุงโซลนี้ จะแบ่งออกเป็น 4 สี ตามพื้นที่ที่แต่ละสีครอบคลุม
การจ่ายค่าโดยสาร มีด้วยกัน 3 วิธี คือ
1) ซื้อตั๋วจากจุดจำหน่ายใกล้ๆ กับป้ายรถประจำทาง
2) จ่ายเป็นเงินสด
3) ใช้บัตรโดยสาร ซึ่งบัตรโดยสารนี้สามารถใช้กับรถไฟใต้ดินได้ด้วย
ส่วนการใช้บริการรถโดยสารประจำทางนั้นง่ายมาก เพียงขึ้นรถทางประตูด้านหน้า และหยอดเงิน หรือตั๋วโดยสารลงในกล่องข้างๆ คนขับรถหรือวางบัตรโดยสารลงบนตัวเซ็นเซอร์ เมื่อต้องการลงให้กดปุ่มซึ่งอยู่ภายในรถโดยสาร และลงทางประตูด้านหลังรถโดยสารประจำท้องถิ่น (Regional Buses)
รถโดยสารนี้จะเดินทางเชื่อมต่อกับ 2 ภูมิภาคที่มีระยะทางไกลหรือปานกลางมีสถานีปลายทางของรถโดยสารทางไกลอยู่หลายสถานี ในเมืองใหญ่ ผู้โดยสารอาจใช้บริการสถานีที่ใกล้ที่สุด และสามารถซื้อตั๋วได้ที่จุดจำหน่าย หรือทำการจองล่วงหน้า

รถโดยสารด่วนสำหรับระยะทางไกล (Long Distance Express Buses)
รถโดยสารด่วนนี้เหมาะสำหรับระยะทางไกล เช่นเดียวกันกับรถโดยสารประจำท้องถิ่น แต่สิ่งที่ต่างกัน คือ รถโดยสารด่วนนี้จะเดินทาง บนทางหลวง (หรือถนนไฮเวย์) ซึ่งในแต่ละเมืองจะมีสถานีปลายทางของรถโดยสารด่วน เพียง 1 สถานี

รถไฟใต้ดิน (Subways)
ระบบรถไฟใต้ดินในกรุงโซลนั้น มีความก้าวหน้ามาก และวิ่งตามตารางเวลาปกติด้วยราคาที่ไม่สูงนัก สามารถซื้อตั๋วรถไฟได้ที่จุดจำหน่าย โดยบอกสถานีปลายทางที่ต้องการลงแก่พนักงาน หรือจะใช้บัตรโดยสารก็ได้ ซึ่งค่าโดยสารก็ขึ้นอยู่กับสถานีปลายทางนั่นเอง นอกจากกรุงโซลแล้ว ในเมืองพูซาน แทกู และแทจอน ก็มีรถไฟใต้ดินเช่นกัน โดยระยะเวลาปกติที่รถไฟใต้ดินให้บริการ คือ 5.30 – 24.00 น. อีกทั้ง ทุกเส้นทางจะมีระบุทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ และทุกครั้งที่รถหยุด ก็จะได้ยินเสียงประกาศบอกสถานีเป็นภาษาเกาหลี และภาษาอังกฤษเช่นกัน

รถแท็กซี่ (Taxis)
รถแท็กซี่จะมีค่าบริการแพงกว่า เมื่อเทียบกับรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟใต้ดิน แต่ข้อดี คือ มีความสะดวกสบาย สะอาด ปลอดภัย และสามารถให้บริการได้แม้ยามค่ำคืน หรือยามที่ผู้โดยสารไม่ทราบเส้นทางว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างไร ซึ่งคนขับรถแท็กซี่บางส่วนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ สำหรับค่าโดยสาร จะขึ้นอยู่กับเวลาและระยะทางที่ใช้ไป โดยจะแสดงไว้บนมิเตอร์ และการใช้บริการรถแท็กซี่ สามารถโบกมือเรียกได้ตามถนน หรือจะยืนรอที่ป้ายจอดรถแท็กซี่ซึ่งจะมีอยู่ทั่วไปตามเขตเมืองก็ได้ และยังสามารถเรียกทางโทรศัพท์ได้อีกด้วย แต่ราคาจะค่อนข้างแพงกว่า ซึ่งตามกฎหมาย หากนั่งทางด้านหน้า ผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัย นอกจากนี้ การให้ทิปไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ถ้าผู้โดยสารต้องการก็สามารถทำได้

รถไฟ (Trains)
รถไฟจะวิ่งตามตารางเวลาปกติ เหมาะสำหรับการเดินทางไกล นอกจากรถไฟด่วน (KTX) ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2004 ก็มีรถไฟสายเซมาอึล () และสายมูกุงฮวา ()
KTX เป็นรถไฟที่เร็วที่สุด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพและให้บริการเป็นอย่างดี และจะหยุด ณ สถานีที่ค่อนข้างใหญ่ ส่วนมูกุงฮวาเป็นรถไฟสายที่ช้าที่สุดและหยุดเกือบทุกสถานี การซื้อตั๋วโดยสาร สามารถทำได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็น ซื้อที่สถานีรถไฟ, ซื้อทางอินเตอร์เน็ต, ซื้อตามสถานที่ต่างๆที่จำหน่ายตั๋ว หรือจะทำการจองตั๋วล่วงหน้า ก็ได้เช่นกัน

** บัตรโดยสาร **
บัตรโดยสารนี้ ใช้สำหรับรถโดยสารประจำทางภายในเมืองและรถไฟใต้ดิน สามารถซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่าย หรือคนขายตั๋วที่ป้ายจอดรถโดยสาร ในราคา 2,000 วอน จากนั้นทำการเติมเงินบัตรโดยสารตามจำนวนที่ต้องการ เวลาใช้บัตรให้วางบนตัวเซ็นเซอร์ และสามารถเติมเงินบัตรโดยสารได้ตลอด ณ จุดจำหน่ายตั๋วที่รถไฟใต้ดิน, หรือคนขายตั๋วบริเวณที่จอดรถโดยสาร หากไม่จำเป็นต้องใช้บัตรโดยสารแล้ว สามารถคืนบัตรที่จุดจำหน่ายใดก็ได้ พนักงานจะทำการคืนเงิน 2,000 วอนค่าบัตร และเงินที่คงเหลือในบัตรให้

สกุลเงิน
        สกุลเงินของประเทศเกาหลีใต้ คือ “วอน ()” สัญลักษณ์ คือ  และตัวย่อตามมาตรฐาน สากล ISO 4217 คือ KRW (Korea won) เงินของเกาหลีใต้ประกอบไปด้วย เหรียญและธนบัตร ดังนี้
เหรียญ (ทงจอน “”) มี 6 ชนิด คือ
เหรียญ จำนวน 1 วอน (1)
เหรียญ จำนวน 5 วอน (5)
เหรียญ จำนวน 10 วอน (10)
เหรียญ จำนวน 50 วอน (50)
เหรียญ จำนวน 100 วอน (100)
เหรียญ จำนวน 500 วอน (500)
** เหรียญ 1 และ 5 วอน ในปัจจุบันหายาก เพราะไม่ค่อยได้ใช้กันแล้ว
ธนบัตร (จี-พเย “”) มี 3 ชนิด คือ
ธนบัตร จำนวน 1,000 วอน (1,000)
ธนบัตร จำนวน 5,000 วอน (5,000)
ธนบัตร จำนวน 10,000 วอน (10,000)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s